ข่าว(ไม่)ดี
posted on 29 Sep 2010 23:28 by writelenlenพี่ที่เราเคยทำงานด้วยคนนึงโทรมาบอกว่าพี่เค้าเป็นมะเร็ง พี่ถามเราว่าตกใจอ่ะดิ เราอยากบอกว่าไม่ค่อยเท่าไหร่ เพราะว่าโรคนี้เป็นกันมากจนเหมือนเป็นหวัดตามฤดูกาลไปแล้ว
เราฟังพี่เขาเล่าเรื่องชีวิตและการรักษาไปเรื่อยๆ แล้วรู้สึกว่าพี่เค้าเปลี่ยนไปมากจากคนชอบคิดมาก เศร้า ขี้โมโห หงุดหงิดง่าย กลายเป็นคนร่าเริง และเข้มแข็งมาก เราเลยไม่แน่ใจว่านี่เป็นข่าวไม่ดีที่พี่เค้าไม่สบายหรือว่าเป็นข่าวดีที่พี่เค้ากลายเป็นคนใจเย็นแบบนี้ได้
ถ้าจากคนขี้โมโหมาก กลับกลายเป็นคนใจเย็นได้ขนาดนี้ ก็แปลว่าจากคนป่วยก็ต้องเป็นคนสุขภาพดีได้เหมือนกัน
เรามั่นใจว่าพี่ต้องหายแน่นอน เพราะเราฟังพี่เค้าเล่าให้หัวเราะไปแล้วเห็นได้ชัดว่า ใจพี่เค้าไม่ได้ป่วยไปด้วย และจิตใจมักชนะร่างกายเสมอ
วันที่เราได้ยินว่าแฟนเราถูกเลิกสัญญาจ้าง เราก็แปลกใจนิดหน่อย แต่จากนั้นไม่ถึงชั่วโมง เรากับแฟนเรานั่งหัวเราะจนเม็ดข้าวพุ่งออกมาทางจมูก เราบอกแฟนเราว่าก็ดีแล้ว จะได้มองหาโอกาสใหม่ๆ ถึงแม้มันจะไม่ง่าย แต่มันก็จะท้าทายและสนุกถ้าเราไม่มัวเอาแต่นั่งเศร้าไม่ยอมทำอะไรเพื่อพัฒนาตัวเอง เราบอกแฟนเราว่า ช่างมันดิ
it's thier loss, our gain.
เราคิดว่าไม่มีเรื่องร้ายไหนในโลกที่เกิดขึ้นกับชีวิตที่เราจะหาด้านดีจากมันไม่ได้
วันที่พ่อเราเสีย เราคิดว่ามันคือวันสุดท้ายที่เราจะยิ้ม มันคือเรื่องร้ายที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับชีวิตเรา แต่พอมาถึงตอนนี้เรารู้สึกว่าเราโตขึ้นและสามารถจัดการรับมือกับเรื่องแปลกๆ ที่เข้ามาในชีวิตได้ดีขึ้นมาก ซึ่งเป็นเหมือนที่พ่อเราเคยบอกกับเราไว้เป๊ะ พ่อบอกว่า "เชื่อป๊าสิ ถ้าป๊าตาย หนิงต้องโตเป็นผู้ใหญ่" ตอนนั้นเราตอบว่า "ไม่อ่ะป๊า ถ้าป๊าตาย หนิงต้องตายตามแน่ๆ อ่ะ" ตอนนี้เราขอเอาประโยคนั้นคืน เพราะเราจะใช้ชีวิตให้คุ้มสุดๆ แทนพ่อเอง เราจะไม่เสียอารมณ์ ไม่กลัว ไม่เศร้าเกินพอดีอีกแล้ว
พ่อเรานี่เองที่สอนเราทุกเรื่องตั้งเราเกิดยันวันที่เค้าเสีย และก็ยังคงสอนอยู่ต่อไปจนถึงทุกวันนี้ให้เราคิดได้ว่า "ไม่มีเรื่องร้ายไหนในโลกที่เกิดขึ้นกับชีวิตที่เราจะหาด้านดีจากมันไม่ได้"


รูปนี้ถ่ายกับพี่เป้า ฮ่าๆๆ
พี่เป้าใจดียืนเท้าสะเอวให้เรายิงอย่างภักดี
edit @ 30 Sep 2010 00:17:05 by writelenlen

